บทที่ 2 ทำไมต้องเป็นร่างนี้!!

กู้เหวินซานด่าเสร็จก็ประคองคนในอ้อมกอดออกจากห้อง ถ้าไม่ติดว่าหญิงสาวในอ้อมกอดท่าทางไม่ดี มิหนำซ้ำยังขยำชายเสื้อเขาเป็นเชิงห้ามปรามตนก็อยากจะต่อว่าสตรีชั่วร้ายตรงหน้าอีกหลาย ๆ ประโยคเผื่อนางจะสำนึกในสิ่งที่ตนทำ

เจียงรั่วอี้มองคนทั้งสองเดินออกจากห้องไปจนลับตา หันสายตากลับมามองความเละเทะภายในห้อง

“เสียดายจังทั้งที่หน้าตาดีแท้ ๆ แต่ไร้เหตุผลชะมัด”เจียงรั่วอี้ถอนหายใจนึกเสียงดายหน้าตาหล่อ ๆ หันกลับมาสำรวจโดยรอบ

สภาพในห้องไม่เหมือนคนถูกวางยาแล้วล้มลงไป แต่เหมือนเกิดการสู้รบปะทะกันสักยกแล้วจับยากรอกปากมากกว่า เพราะไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ชุดน้ำชา จานชาม ต่างล้มระเนระนาดระเกะระกะเต็มพื้น

สองขาเรียวเดินวนรอบห้อง มองหาว่ามีกล้องซ่อนอยู่ตรงไหนไหม

“หืม อะไรน่ะ”หญิงสาวย่อตัวหยิบขวดใบเล็กใต้โต๊ะ ถ้าในจังหวะที่มองมาไม่มีแสงส่องกระทบขวดเข้าพอดีเธอคงไม่สังเกตเห็น

ดวงตาขี้สงสัยมองพิจารณาขวดในมือครู่หนึ่งก่อนดึงมาใกล้จมูก“แหวะ กลิ่นอย่างเหม็นเลย”ใบหน้างดงามถึงกับเหยเก“ของแบบนี้มาตกอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกันนะ”ดวงตาดอกท้อมองขวดให้มือด้วยความสงสัยใคร่รู้ ดูจากลักษณะขวดแล้วไม่เหมือนของที่ทางร้านนำมาเสิร์ฟแต่เป็นของส่วนตัวที่นำมาเอง เพราะรูปแบบของลวดลายแตกต่างจากของอื่น ๆ ในร้าน

“คุณหนูเจียงข้ามารับตัวกลับจวนขอรับ”

“ตะเถร!”เจียงรั่วอี้สะดุ้ง รีบคว้าจับขวดที่โยนขึ้นไปด้านบนเพราะความตกใจ ก่อนจะหันกลับมามองด้านหลัง ตรงหน้าคือบุรุษในชุดสีเขียวอ่อนลายใบไผ่สะอาดตาท่าทางนอบน้อมยื่นห่างออกไปประมาณสองก้าวขา

“ทำไมเข้ามาเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงเรียกก่อน ถ้าฉันตกใจจนหัวใจวายไปจะทำยังไง!”

“...”คนถูกต่อว่ามองหญิงสาวตรงหน้านิ่งก่อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสงบ ไม่ได้สนใจสายตาตำหนิของเจียงรั่วอี้

“นายท่านสั่งข้ามาตามคุณหนูกลับจวนขอรับ ได้โปรดทำตามด้วย ไม่อย่างนั้นข้าน้อยคงต้องใช้กำลังบังคับ”

“นายท่าน ? จวน ? นายพูดถึงอะไร ตอนนี้ฉันต้องกลับบ้านแล้วไม่มีเวลาไปไหนกับนายหรอกนะ”เจียงรั่วอี้พูดพลางเดินผ่านอีกฝ่ายออกไปด้านนอก

ถึงจะยังสงสัยว่าตนเองมาปรากฏตัวในห้องนี้ได้ยังไง แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าเธอต้องรีบหาทางกลับบ้าน จู่ ๆ ก็ถูกพาตัวมาที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ไม่รู้ว่าถูกยกเค้าไปแล้วหรือยัง ในบ้านยิ่งไม่ค่อยมีอะไรอยู่ด้วย

“คุณหนูหากท่านไม่ยอมข้าจะลงมือแล้วนะขอรับ”

คนฟังชะงักฝีเท้ายื่นนิ่งไม่เคลื่อนไหว

เจียงรั่วอี้ไม่ได้กลัวคำขู่ของอีกฝ่าย แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเธอตะลึงงันจนทำตัวไม่ถูก

คนพวกนี้เป็นใคร ? ทำไมต้องมองเธอแล้วแสดงท่าทางหวาดผวาออกมาหรือว่าหน้าตาเธอตอนนี้น่าเกลียดน่ากลัว แถมลางสังหรณ์ของเธอยังบอกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

เจียงรั่วอี้ที่รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหันกลับไปมองด้านหลัง

“นายน่ะ”

“...”

“ฉันเรียกนายนั่นแหละ”

คนฟังชี้นิ้วใส่ตัวเอง

“ใช่ ช่วยบอกฉันหน่อยสิว่าที่นี่คือที่ไหน”

คนถูกถามขมวดคิ้วแต่ก็ยอมตอบคำถาม“แคว้นเทียนจู แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนอัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าผู้ฝึกตน”

“...”

“คุณหนู!”ชายตรงหน้าก้าวเพียงครั้งเดียวก็เข้ามาประชิดเจียงรั่วอี้ที่ทำท่าเหมือนจะล้ม

หญิงสาวเงยหน้ามองสีหน้าเรียบเฉย มองจุดที่เขายืนอยู่ก่อนหน้า

เพียงพริบตาเดียว พริบตาเดียวก็สามารถเข้ามาประชิดตัวเธอได้ทั้งที่ยืนห่างออกไปเกือบสิบก้าว

สองมือสั่นเทายกขึ้นจับแขนอีกฝ่าย“นายบอกว่า ที่นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนอันอย่างนั้นเหรอ”

“ขอรับ คุณหนูท่านไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย

เหตุใดวันนี้คุณหนูถึงทำตัวแปลก ๆ ปกติถ้าเขาแตะต้องตัวคงมิวายถูกตบหน้าหันและถูกต่อว่าด้วยวาจาเจ็บแสบหลายประโยค ทว่าไม่เพียงไม่แสดงท่าทางรังเกียจยังเผยสีหน้าสับสนไม่เข้าใจออกมาด้วย

“นายไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม ไม่ได้กำลังอำฉันเล่นใช่ไหม”

“...”

“เหอะ เหอะ นี่คือเรื่องจริงเหรอ แคว้นเทียนจู ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนอันจริง ๆ เหรอ และฉันก็คงจะเป็นเจียงรั่วอี้คุณหนูสามตระกูลเจียงสินะ”

คนที่กลับมายืนเกือบจะมั่นคงแล้วมองคนข้างกายแต่พอเขาพยักหน้าขึ้นลง

“คุณหนู!”

ร่างกายก็ทรุดนั่งบนพื้นอีกครั้ง หญิงสาวยกมือห้ามไม่ให้เขาเข้ามาประคอง ดวงตาจ้องมองภาพสะท้อนใบหน้าบนพื้นท่าทางห่อเหี่ยว ยกมือขึ้นดึงแก้มตัวเองแรง ๆ

ก็เจ็บนิ แสดงว่าไม่ใช่ความฝัน

คุณหนูสาม

คุณหนูสามตระกูลเจียง

เธอกลายเป็นคุณหนูสามตระกูลเจียงจริง ๆ เหรอ สตรีชั่วช้าร้ายกาจคนนั้นน่ะนะ เธอจะกลายเป็นคนชั่วร้ายแบบนั้นไปได้ยังไง!

อ๊ากกกก! สวรรค์ท่านช่างใจร้ายยิ่งนัก ฉันทำอะไรผิด ทำไมถึงส่งเข้ามาในร่างของสตรีชั่วร้ายที่คนมากมายพากันรังเกียจ!

ทำไมไม่ส่งมาในร่างนางเอกที่ทุกคนหลงรักแถมสุดท้ายยังได้ครองรักกับพระเอก ทำไมต้องเป็นตัวร้ายที่จุดจบคือต้องตายด้วย!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป